Tag Archives: studying

สอบ TOEFL iBT

บลอกย้อนหลังไปหลายเดือนอยู่ -..-‘ สอบตั้งแต่ปลายเดือนมิถุนายน

ความตั้งใจตอนแรกตั้งแต่ต้นปี 2012 นี้คือจะเตรียมตัวเรื่องไปเรียนต่อโทให้ได้ อุปสรรคหลักๆมีอยู่สามอย่าง

  1. คะแนน TOEFL
  2. คะแนน GRE (หรือ GMAT ในกรณีที่ไปเรียน Management)
  3. จดหมายแนะนำ (ขอเมเนเจอร์กับอาจารย์ที่คณะ)

เอาจริงๆผมหาตัวเองไม่เจอว่าอยากจะไปเรียนต่ออะไร? และที่ยากกว่านั้นคือเรียนต่อจบมาแล้วจะให้ทำอะไร?

ถ้ามองว่าการเรียนต่อเป็นการลงทุนแบบนึงมันควรจะเปิดประตูการทำงานหรือโอกาสอะไรบางอย่างเพิ่มให้เรา แต่เท่าที่เห็นและหาข้อมูลมามันก็ไม่ได้เปิดโอกาสเพิ่มอะไรขนาดนั้น (สำหรับสาย Computer Science หรือ IT) ผมอยากไปเรียนในแง่ที่อยากไปหาประสบการณ์ชีวิตมากกว่า แบบว่าอยากลองใช้ชีวิตนักเรียนนอกทำงานกับเพื่อนต่างชาติดูว่าเป็นยังไง (ถ้า adcom มาอ่านบลอกนี้คงโดนกาหัวใบสมัครทิ้ง @_@)

อย่างไรก็ตาม ไม่ว่าจะไปเรียนสายอะไรก็ต้องสอบ TOEFL เป็นด่านแรก ปัจจุบันเป็นระบบ iBT มีด่านสำคัญสี่ด่าน

  • Reading
  • Listening
  • Speaking
  • Writing

Writing

อย่างแรกที่ผมเตรียมตัวคือ Writing ซึ่งเตรียมไว้เนิ่นๆมากตั้งแต่ปลายปี 54 (ห่างจากเวลาสอบเยอะพอควร) สำหรับการเขียน Essay ใน part นี้เป็นอะไรที่เตรียมตัวด้วยตัวเองยากมาก เพราะต้องหาคนรีวิวงานเขียนของเราให้ และชี้ว่าตรงไหนถูกผิด อีกทั้งในการสอบจริงเวลามันก็มีจำกัด ดังนั้นต้องฝึกเขียนให้คล่อง

ระหว่างหาข้อมูลผมไปเจอกับ ACM Writing โดยพี่ Joe เข้า รู้สึกถูกฉโลก >_< คือผมเป็นคนไม่ชอบไปเดินทางไปเข้า class เป็นเวลาๆ (เพราะชีวิตเอาแน่เอานอนไม่ได้) อีกอย่างเราก็อยากได้แค่คนรีวิวงาน ไม่ได้อยากได้คนมาสอนแกรมมาร์หรืออะไรทำนองนั้น การเรียนผ่านอีเมล์กับพี่ Joe ก็เลยเหมาะ จบคอร์สมาก็ได้ความมั่นใจเพิ่มขึ้นพอสมควร และก็มีคนชี้จุดที่เราทำผิดบ่อยๆให้ อย่างไรก็ตามผมรู้สึกว่าถ้าจะเรียนกับพี่ Joe ให้ได้ประโยชน์เต็มที่ผู้เรียนก็ต้องพร้อมระดับนึง ถ้าไปแบบเป็น 0 คงไม่ได้อะไร ไปหาคอร์สนั่งเรียนจะดีกว่า

Reading & Listening

อันนี้เป็นส่วนที่ฝึกเองได้ง่ายมาก แค่เอาข้อสอบมาทำ แล้วก็ฝึกทำในโปรแกรม simulation (มักจะแถมมากับหนังสือ)​ ผมใช้หนังสือสองเล่ม

  • Cracking the TOEFL iBT (Princeton Review) เล่มนี้ตรงประเด็น กระชับ ภาษาอ่านง่ายเหมือนเพื่อนเล่าให้ฟัง (ดีป่าวหว่า)​ สอนเทคนิค ผมรู้สึกได้อะไรจากเล่มนี้เยอะสำหรับอะไรที่เป็นเรื่องเทคนิคทำข้อสอบ เค้าแถม audio CD มาให้ข้างในมี MP3 ไม่มีซอฟแวร์
  • Cambridge Preparation for the TOEFL Test เล่มนี้จะมีพาร์ทที่เป็นการปูพื้นฐานเยอะ สอนแกรมมาร์ แต่ผมรู้สึกว่ามันน้ำท่วมทุ่งมากๆ ที่เด็ดคือซอฟแวร์ simulation ซึ่ง interface เหมือนกับที่ใช้สอบจริงมาก ขอบ่นนิดหน่อยว่า CD มันก็อปปี้ยาก ทำ image ออกมาแล้วใช้ไม่ได้ซะงั้น – -‘

สำหรับสองพาร์ทนี้เน้นฝึก ฝึก ฝึก และฝึก อย่างเดียวครับ ทำให้เยอะๆเข้าไว้

Speaking

พาร์ทนี้ล่ะที่เป็นผู้ร้ายตัวจริง! เป็นพาร์ทที่คนมีปัญหาด้วยมากที่สุด และควรให้เวลาฝึกเยอะหน่อย

นอกจากคำแนะนำในหนังสือสองเล่มข้างบนแล้ว ผมแนะนำวิดีโอของ Joseph Miranda (Notefull.com) ผมได้ประโยชน์จากวิดีโอของเฮียแกมากๆ ซึ่งคำถามใน TOEFL iBT Speaking มันมีแพทเทิร์นที่เกือบจะชัดเจนของทั้ง 6 คำถาม

อันที่แปะไว้ข้างล่างนี้เป็น strategy ของ Question 1 ให้ลองไล่ดูไปเรื่อยๆจนถึง Question 6 แล้วพยายามสรุป template วิธีพูดของตัวเองสำหรับทั้ง 6 คำถามให้ชัดเจน แล้วไปฝึกจับเวลาทำของจริง (หมายถึง simulation) ที่มันจะทำให้เราแตกตื่นคือเรื่องการจับเวลานี่ล่ะ รุ่นใหญ่ใจต้องนิ่งนิดนึง = =’

ผมชอบวิดีโอของ Joseph มากๆ มากจนตามไปซื้อคอร์ส Speaking ในเว็บของเฮียมาในราคาประมาณ $10 (ถือเป็นการ tip) เพราะรู้สึกว่าได้ประโยชน์มากจริงๆ

คำถามที่ 1 กับ 2 มักจะเป็นคำถามปลายเปิด (เช่น เล่าเรื่องทักษะใหม่ที่เพิ่งเรียนรู้มาเมื่อปิดเทอมก่อน หรืออาจารย์ในอุดมคติเป็นยังไง??) สิ่งหนึ่งที่ควรเข้าใจคือ ไม่ต้องตอบให้ตรงความเป็นจริงก็ได้ ให้แต่งเรื่อง on the fly ไปเลย อะไรที่ทำให้เราสามารถพูดเหตุผลที่ make sense และทันเวลาให้พูดไปเลย จะสมมติว่าตัวเองเป็นนักเรียนหรือช่างซ่อมรถก็ได้

ผมฝึกพูดอยู่ที่บ้านคนเดียว เอาไอโฟนอัดเสียงตัวเองแล้วมาฟังอยู่ประมาณสองอาทิตย์ก่อนสอบ = =’

วันสอบ

ผมเลือกไปสอบที่ American Way English School ตามคำแนะนำของบลอกน้องแก้ว (พยายาม scheule ให้ได้ศูนย์นี้มากๆ) ไม่เคยไปสอบสนามอื่นเลยก็ไม่รู้จะแนะนำยังไง แต่ก็รู้สึกว่าที่ AWE อุปกรณ์ก็โอเค ถ้าจะมีเรื่องบ่นคงมีเรื่องเดียวคือตอนสอบ Speaking เสียงคนอื่นพูดดังเต็มห้องไปหมดเพราะนั่งใกล้กัน เราต้องจดจ่อกับการสอบของเราให้ดีแล้วไม่ต้องไปสนใจคนอื่น ซึ่งผมคิดว่าทำได้ไม่ยากนัก

ผลสอบ

คะแนนมาประมาณ 2 อาทิตย์หลังสอบ ปรากฎว่า ..

Test Test Date Reading Listening Speaking Writing Total
TELXML Sat Jun 30 09:37:24 EDT 2012 30 29 23 25 107

ได้คะแนนรวมออกมา 107 โดยที่ Reading กับ Listening เกือบเต็ม~ ส่วนอีกสองอันเกิน 20 ก็ดีใจแล้ว T_T ผมดีใจกับคะแนนมากๆ เอาจริงๆคือมันแอบฟลุ๊คที่ Reading กับ Listening กดไปซะเยอะ  สำหรับเพื่อนๆวิศวคอมกลุ่มที่สนิทกันการได้ TOEFL iBT เกิน 100 จาก 120 นี่ถือเป็น gold standard แล้ว (บางคนก็ aim สูงกว่านี้ ขึ้นกับคณะและมหาลัยในฝัน) ดังนั้นถ้าจะไปเรียนต่อคงทำก่อนที่คะแนนอันนี้จะหมดอายุ เพราะถ้าสอบใหม่คิดว่าคงไม่ได้เกิน 100 (ฮาา)

จึงจดประสบการณ์สอบไว้ที่นี่กันลืม~ .. ส่วนเป้าหมายต่อไปคือ GRE มีอันต้องยกเลิกไปกลางคันเพราะเปลี่ยนงานใหม่กระทันหัน ไม่มีเวลาเตรียมตัวและความอยากสอบเหลือเลย จนต้องยกเลิกที่สมัครไว้เลย >_<