Category Archives: Internship

บั๊กที่เกิดบ้างไม่เกิดบ้าง

เป็นโปรเจคที่ทำอยู่ที่ฝึกงานครับ

แบ่งงานกับเพื่อนร่วมทีมเขียน เพื่อนร่วมทีมเขียน Data Access Layer ก็คือคลาสที่ห่อหุ้มการทำงานกับฐานข้อมูลทั้งหมดนั่นแหละ (ฐานข้อมูลที่ใช้คือ IBM DB2 ครับ ชื่อเก่า Cloudscape)  ส่วนผมเขียนส่วนที่เป็น Business Logic แล้วก็ทำ Presentation Layer (เป็น Web-based)

จริงๆแล้วมีวิธีมากมายที่จะสร้างเจ้าตัว DAL ขึ้นมาได้ ทั้งแบบอัตโนมัติ และไม่อัติโนมัติ แต่วิธีที่เราใช้กันเป็นวิธีที่คลาสสิกที่สุด คือการประกอบคำสั่ง SQL ขึ้นมาเอง ส่วนที่มีปัญหาก็คือเรื่องของ DateTime นี่แหละ

วิธีการที่ใช้ประกอบค่า DateTime ขึ้นมา คือเอา วัน เดือน ปี ชั่วโมง นาที วินาที มาต่อกัน เช่น 19-06-2008 15:43:12 เป็นต้น แต่ปรากฎว่าเพื่อนผมลืมไปว่า ถ้าเวลาตอนนั้นค่าของหลักวินาทีเป็นเลขหลักเดียว จะได้ String ผิดๆออกมา เช่น 19-06-2008 15:43:6 (จริงๆแล้วควรเป็น 19-06-2008 15:43:06) ตอนเอางานมารวมกันก็เลยมีปัญหาดังกล่าวเกิดขึ้นบ้างไม่เกิดขึ้นบ้าง เล่นเอางงอยู่นาน ถ้าประมาณคร่าวๆ โอกาสที่จะเกิดข้อผิดพลาดระหว่างการทำงานก็เป็น 1/6 ล่ะครับ

ก็ให้ข้อสังเกตไว้ครับ ว่าพวกข้อผิดพลาดที่เกิดบ้างไม่เกิดบ้าง เป็นไปได้สูงว่าจะเกี่ยวข้องกับเรื่องของเวลา (เช่นเดียวกับการ Random) เห็นเพื่อนบ่นเรื่องบั๊กที่พอจะแก้ก็หายไปแล้วไว้ใน Twitter ก็เลยอยากจดเรื่องนี้ไว้ซักหน่อย

ฝึกงาน – สัปดาห์ที่ 3

วันนี้ตื่นเช้ามากเลย คงเพราะเมื่อคืนหลับไปด้วยความเพลีย แล้วก็ยังไม่ได้เตรียมตัว present เลยด้วย ก็เลยต้องเริ่มแล้วล่ะ  เพราะต้อง present ประจำสัปดาห์ครั้งที่ 2

ช่วงนี้งานที่ต้องทำไม่ขึ้นอยู่กับพวกพี่เค้าแล้วอ่ะ ก็เป็นหน้าที่ของเราที่ต้องดูแลโปรเจคให้ขยับไปตาม plan ซึ่งก็วางไว้เองนั่นแหละ สัปดาห์นี้ก็เริ่มเข้าสู่ Design Phase ก็เริ่มเอา Document มาดูๆแล้วล่ะนะว่าต้องเขียนอะไรบ้าง อยากพยายามทำให้เสร็จในวันศุกร์นี้จังเลย

วันจันทร์ – Servlet/RAD

เขียน Servlet ใน RAD ได้ซักที ต่อไปก็เตรียมจะลุย JSP ล่ะนะ รู้สึกเรียนรู้ช้าจังเลยว้า ยังมี DB2 อีก

แต่ก่อนไม่เคยเข้าใจเลยว่า Servlet มันต่างจาก Script ASP, PHP ที่เขียนๆกันยังไง แต่ก็พอจะเริ่มๆเข้าใจแล้ว อย่างแรกเลยก็คือ Servlet มันโดน Spawn ขึ้นมาทำงานแค่ครั้งเดียว นั่นหมายถึง Object ของ Class Servlet ตัวเดียวกันนี้จะถูกใช้ในการ Service กับ Request ทุก Request ที่ Map มาหามัน (แต่ทำงานกันคนละ Thread) ดังนั้นการเปลี่ยนสถานะเช่นการเปลี่ยนค่า Data Member บางตัวก็จะส่งผลไปถึง Request อื่นๆที่มาอ่านค่านั้นด้วย เหมือนๆกับว่ามันจะเป็น Stateful น่ะ ตัวอย่างที่เราอ่านมาเค้าให้มีตัวแปร int count = 0; ไว้เป็น Data Member พอมี Request เข้ามาก็ count++ เอามาใช้เป็น counter นับ Request ได้ แต่เค้าก็เตือนเรื่อง Multi-thread เหมือนกัน ว่าต้อง Control การเข้าถึง Resource ให้ดี (เช่นการใช้พวก locking, synchronize) อย่างเช่นตัวแปร count ใช้ร่วมกันหลาย Thread ก็น่าจะมี keyword volatile ไว้ด้านหน้า (อันนี้คิดเอาเอง) รึเปล่า ?

RAD พออ่านๆไปก็รู้สึกว่าใช้ได้โอเคเลย ตอนทำ Servlet นี่แทบไม่ต้อง Config อะไรเพิ่มเลย ก็รู้สึกโง่ๆนิดหน่อยครับ (ต้องพูดตามตรงว่าตอนใช้ Visual Studio ครั้งแรกยังไม่รู้สึกโง่ขนาดนี้) แต่ก็ถือว่าเร็วดี เหมาะกับงานครับ 😀

ตอนเย็นก็ไปกิน Pizza Company กับเพื่อนๆวิดวะคอม ก็มันถาดแถมถาดวันสุดท้ายแล้วนี่ ฮ่าๆ

วันอังคาร – เตรียม Present

เตรียม Present ทั้งวันเลย ตั้งแต่เช้า จำไม่ได้เหมือนกันว่าทำไมใช้เวลาเยอะจัง – -'  วันนี้ไม่ได้เขียนโปรแกรมเลยแหะ ตอนเที่ยงได้ไปกินหมูกรอบ (เพื่อนตามใจ) ก็อร่อยดีเหมือนเดิมคับ

อ่อ วันนี้ไปส่งจดหมายรายงานทุกสองสัปดาห์มาด้วย เดินไปตั้งไกล แต่จริงๆแล้วชั้นใต้ดินตึก IBM ก็มี ธ่อ แต่การเดินไปไกลก็ทำให้ได้ซื้อชีสซีโรลด้วย น่าเสียดาย Mc เลิกขายแบบเก่าไปแล้ว เหลือแต่เลมอนที่ไม่อร่อย 

พรุ่งนี้วางแผนไว้ว่าตอนเย็นจะไปชิมด้งด้ง (Don Don) ไว้จะมาเล่า ช่วงนี้มี Policy กินข้าวบ้านวันอังคารและวันพฤหัส เลยไม่ได้ไปไหนเย็นนี้

วันพุธ – Weekly Presentation #2

วันนี้พรีเซ็นต์งาน แล้วตอนเย็นก็ไปกินดงดงกัน

เลิกเขียนรายวัน 

เขียนต่อไม่ไหวแล้ว ช่วงก่อนสงกรานต์วุ่นวายมาก จนตอนนี้จำไม่ได้แล้วว่าทำอะไรไปบ้าง

ส่วนใหญ่เวลาช่วงนี้จะเหมือนๆกันหมดคือทำ Documentation ไม่ค่อยได้ศึกษาพวก J2EE เพิ่มเลย

อัพครั้งต่อๆไปคงเป็นเฉพาะเรื่องมากขึ้นแล้ว 

ฝึกงาน – สัปดาห์ที่ 2

สัปดาห์ที่ผ่านมาค่อนข้างยุ่ง เลยไม่ได้เขียนเลย ขอสรุปเป็นเรื่องเดียวเลยละกัน

วันจันทร์ – นั่ง Port โปรแกรมต่อ

ได้ Assignment แรกมาเป็นการ Port โปรแกรมภาษา C/C++ ไปเป็น Java ก็เลยจัดการต่อวันนี้จนเสร็จ แต่จนแล้วจนรอดมันก็ยังมี Bug น่ะ เสร็จตอนเช้าๆ ตอนบ่ายก็ชิวเลย ไม่ค่อยได้เทสต์เท่าไหร่

วันอังคาร – รับ URD / เตรียม Present

เมนเตอร์ คือ พี่จิน นัดคุยแล้วเอา URD หรือ User Requirement Document มาให้ เป็น Requirement ที่ค่อนข้างจะเคลียร์ทีเดียว ไม่คิดว่าจะเขียนกันละเอียดขนาดนี้ ทำงานสบายขึ้นแยะเลยP

เนื่องจากวันรุ่งขึ้นมี  Presentation ก็เลยนั่งเตรียม Slide กันช่วงบ่าย ก็แบ่งหัวข้อกับกิทำกันคนละครึ่ง กิก็ทำส่วนของกิได้ดีเลย ทำให้ลดดีกรีความน่าเบื่อของ Presentation ลงได้บ้าง ตอนเย็นใกล้กลับบ้านมากก็ยังไม่เสร็จ แต่ต้องไปกินข้าวกับพวกนัท แจน เอิร์ธ เลยต้องแอบหนีกิไปก่อน ขอโทดค้าบ -/\- วันนั้นไปกิน MOS Burger ที่พารากอนกันละมั้ง

วันพุธ – Presentation

หลังจาก Present เสร็จก็ได้รับคอมเม็นต์มาจากพี่เมนเตอร์ จริงๆก็เป็นเรื่องเดิมๆคือพูดเร็วนั่นแหละ แต่ครั้งหน้าจะต้อง Present เป็น English แล้ว คิดว่ายังไงก็คงพูดช้าลงแน่ๆ (ฮาาา) กลุ่มเพื่อนๆที่มีหลายคนเช่น Resource Report ก็ Present กันยิ่งใหญ่เลยทีเดียว หยั่งกับงาน SA ที่คณะแน่ะ

เย็นนี้เพื่อนๆก็ชวนกันไปกิน Ootoya (เขียนแบบนี้รึเปล่า ?) ที่พารากอน มันเป็นร้านอาหารญี่ปุ่นที่ถ้าสั่งเป็น Set แล้วจะเติมข้าวได้ไม่อั้นอ่ะ ก็อิ่มอร่อยทีเดียว เติมไป 2 ครั้งแน่ะ แต่ไม่ได้กินคนเดียวนะ ฮาา (โกงข้าว Refill)

กินเสร็จต้องไปต่อกับพวกเด็กๆที่ Shabushi อีก ไปเลี้ยงปลอบใจให้น้องเป้หน่อย เสร็จกลับถึงบ้านเกือบๆห้าทุ่ม 

วันพฤหัส – User Interface Prototyping

ตอนเช้านั่งกับโอปอล ไม่ค่อยทำไรเท่าไหร่ ก็ลองเปิด RAD (Rational Application Developer) ซึ่งจริงๆแล้วมันก็เป็นการต่อยอด Eclipse ขึ้นมานั่นเอง ลองสร้างโปรเจค Struts ตามตัวอย่างดู ก็เหมือนจะสะดวกดีนะ แต่ถ้าพึ่ง Rational ไปตลอด คง Config อะไรเองไม่เป็นเลย เพราะมันทำให้หมดทุกอย่างเลยน่ะ  

จริงๆตามตารางเวลาโปรเจค ช่วงนี้มันจะเป็น Requirement Gathering + Analysis น่ะ ก็เลยทำ Prototype เพื่อไปตรวจสอบกับพี่จินว่าสิ่งที่เข้าใจตรงกันรึเปล่า ก็แค่ใช้ Visio ทำ Windows XP User Interface อ่ะ ใช้งานง่ายเลยทีเดียว ก็เขียนเป็นแบบหน้าจอ ต่อ หน้าจอ ไปเรื่อยๆ ส่วนกิก็เขียน Flow งานให้พี่จินดู  ก็จบไปอีกวัน

เย็นนี้กลับไปกินข้าวบ้านครับ ส่วนแก๊นแอบไปกิน KFC

วันศุกร์ – J2EE / Verifying the Requirement

วันนี้ช่วงเช้าจนถึงบ่าย 3 นั่งศึกษา J2EE ตลอดเลย มันมีหนังสือของ IBM ในตระกูล RedBooks อ่ะ โหลดฟรี แล้วก็อ่านง่ายเลยทีเดียว แถมที่ทำงานยังมี "ปรินท์บุฟเฟต์" อีก ฮาาา ก็เลยเอาออกมาอ่านได้ง่ายๆ

เท่าที่ศึกษา J2EE ดู ก็พบว่ามันมีเรื่องใหญ่ๆ 3 เรื่องอ่ะ คือ EJB (Enterprise Java Beans), Servlets และ JSP เจ้า JSP นี่มักจะใช้ทำส่วนที่เป็น Presentation ส่วน Servlets เอามาทำ Controller ส่วน EJB นี่จะเป็น Business Logic ด้านหลังที่สามารถเอามาใช้ใหม่ได้โดยง่าย แต่เรื่องพวกนี้มันใหญ่เว่อร์น่ะ อยากได้หนังสือ Head First Servlet and JSP มาอ่านเหมือนกัน แต่สงสัยต้องอ่าน Design Pattern ที่ซื้อมาให้จบก่อน T-T 

ตอนเที่ยงวันนี้ไปกินข้าวหมูกรอบ ต่อด้วยผัดไทยอารีย์ที่ซื้อมากินใน Pantry เยี่ยมเลย แทบหลับคาคอม – -'' 

พอใกล้บ่าย 3 ไอกิไปดูที่ Printer ก็เจอ URD แปลกๆของกลุ่มเราที่ไม่รู้ว่ามาจากไหน ปรากฎว่าพี่จินปรินท์ผิด แล้วก็เจอพี่จิน ก็เอา Prototype ให้ดู ทุกอย่างก็ผ่านไปด้วยดี แล้วก็เจอ Project Owner คุณธนสารเค้าก็บอกให้อัดเด็กพวกนี้ได้เต็มที่เลย ก็เอาสิครับ : ) พี่จินก็เลยจะเพิ่ม Requirement ให้ แล้วเราก็ถามพี่จินเพิ่มนิดหน่อยเรื่อง Lithography เค้าก็อธิบายอย่างละเอียดเลยน่ะ กระบวนการมันเรียกว่า Chemical Mechanical Polish มั้ง ถ้าจำไม่ผิด ก็สนุกดี

ตกเย็นตอนแรกนึกว่าจะได้ไปแกะ แต่ไม่ได้ไปแฮะ 🙁 ป๊อปเบี้ยว อดร้องเพลงเลย

เสาร์อาทิตย์นี้ว่าจะเอา SA มาทวนซักหน่อย หวังว่าคงทำได้ …'' 

ฝึกงาน – Meet mentor

ก็ได้รู้รายละเอียดงานแล้ว บอกอะไรมากไม่ได้เพราะมัน Confidential เด๋วจะโดนจัดการได้

แต่ก็ผิดจากที่คิดไว้ คือไม่ใช่งานออกแบบฮาร์ดแวร์ซะทีเดียว ได้เขียน Java ด้วย แต่ดูงานมันเล็กๆแต่ยาก ไม่เหมือนกลุ่มอื่นที่แนวทางดูจะแน่นอนกว่าน่ะ

ทำคู่กับ กิ เอาล่ะ สู้ตาย

Can-do Attitude

เป็นอะไรที่รู้สึกว่าตัวเองขาดไปมากๆ

เคยไปเข้า CodeFest ของไทยครั้งที่ 1 จัดที่ NECTEC ตอนนั้นเค้าบอกว่า Require ความรู้ภาษา C แล้วก็ให้ทำโปรแกรมตรวจข้อสอบ (แบบที่ใช้ 2B ฝนน่ะ) หลังจากได้ฟังเนื้องานคร่าวๆแล้วก็รู้ว่าเป็น Image Processing ซึ่งตอนนั้นยังรู้อะไรน้อยมากเลย แถมยังต้องเขียนภาษา C บน Linux ที่เป็น GUI อีก ก็เลยกังวลมากว่าไปเข้าค่ายสองวันแล้วจะทำไม่ได้ แต่ปรากฎว่าไปถึงพี่เค้าก็เตรียมๆโครง GUI ไว้ให้เรา เราแค่เขียนโค้ด คอมไพล์ อัดๆๆ เข้าไป เด๋วก็เสร็จ

ส่วนครั้งนี้ก็เหมือนกัน หลังจากได้ยินชื่อโปรเจค CMOS แล้วก้ได้คุยกับพี่ที่ดูแลโครงการนิดหน่อย แล้วรู้ว่ามันเป็น Circuit Design ก็ท้อไปเลย เพราะ HW นี่เป็นอะไรที่ไม่ถนัดมากๆ แต่ปรากฎว่าหลังจากได้คุยถึงเนื้องานจริงๆก็เป็นงานโปรแกรม Java แฮะ ก็เลยไม่เครียดแล้ว คงพอสู้ได้บ้าง ตอนแรกนึกว่าจะโดนให้เขียน Verilog ค่อยใจชื้นขึ้นมาหน่อย

ถ้าเกิดเหตุแบบนี้อีกครั้งนึง จะพยายามสร้าง Can-do Attitude ให้ตัวเองให้ได้น่ะ 

Firewall

วันนี้ทำตัวงี่เง่ามากๆ ขอโทษนะ ไม่ทำแล้ว

ฝึกงาน – Lotus Notes / Banking Business

เมื่อวานเพลียมาก ลืมเขียน มาเขียนวันนี้แทนละกัน

Lotus Notes

ที่ให้ใช้โปรแกรมชื่อ Lotus Notes สำหรัยจัดการ Email แต่ดูเหมือนที่ทำงานส่วนใหญ่จะใช้ Outlook กันน่ะ โปรแกรมมันก็โอเคนะ เสียอย่างคือ Interface ไม่ค่อยจะสวยเลย ก็ใช้ส่งเมล์ รับเมล์ได้ มีปฎิทิน อะไรประมาณนั้นน่ะ

Lunch

ไปกินร้านสเตกใกล้รถไฟฟ้าอารีย์ ราคาแพงจนคิดถึงสามย่านกันเลยทีเดียว มิกซ์กริลจานละ 70 น้อยมากเลย

Banking Business

พูดเรื่องธุรกิจของธนาคารว่าทำอะไรบ้าง เรื่อง Process ต่างๆ สอนทำบัญชีง่ายๆ Asset, Liability, .. มองบอร์ดที่เค้าเขียนไม่ค่อยชัด เลยหลับด้วยความเพลียซะงั้น

ฝึกงาน – Security / Presentation Technique

Security

มีพี่มาแนะนำเกี่ยวกับ Policy ขององค์กร ก็เป็นกฎด้านความปลอดภัยทั่วไป แต่มีการจัดทำเป็นทางการจนเรียกว่าเป็นมาตรฐานเลย เช่น รหัสผ่านต้องยาวอย่างต่ำ 8 ตัวอักษรและต้องมีตัวเลขผสม หรือต้องล็อค Windows ตอนออกห่างจากเครื่อง อะไรประมาณนั้

Presentation Technique

รู้สึกได้อะไรจาก session นี้มาก เช่นการทำ Bullet ใน Power Point Presentation เนี่ย ควรจะมีประมาณ 3 Bullet จะเป็นเลขที่พอดีไม่มากไม่น้อยจนเกินไป แต่อย่างไรก็ตาม ไม่ควรจะเกิน 6 Bullet ซึ่งก็ตรงตามที่เรียนมาในวิชา Object-Oriented Design เลยที่บอกว่าจำนวนของที่มนุษย์จำได้โดยไม่ต้องพยายามมาก คือ 6 อย่าง (Magic Number) ที่น่าสนใจอีกอย่างคือเรื่องของแผนการเล่าเรื่อง (Story Telling) แบ่งออกเป็น Simple Plan 3 อัน ได่แก่ Clock (เวลา), Globe (สถานที่), Triangle (แง่มุม — ASPECT) แล้วก็แบบ Compelling คือยากขึ้นมาหน่อย ได่แก่ Pendulum (ถ่วงดุลระหว่าง 2 Extreme Point เพื่อหาจุดลงตัว), Zoom (ชักแม่น้ำทั้ง 5), Benefits (นำเสนอประโยชน์ที่จะได้รับ ไม่ใช่ Feature) ได้อะไรมาพอสมควร นึกย้อนไปถึงตอน Present งาน SA เหมือนกับเอาหนังสือมาเปิดให้อาจารย์ดูทีละหน้ายังไงไม่ทราบ ไม่แปลกที่อาจารย์หลับน่ะ ฮ่าๆ (เป็นงี้เกือบทุกกลุ่มเลย)

Thinkpad

วันนี้ได้รับแจก Thinkpad เค้าก็แบ่งออกเป็น 2 ชุดนะ ซึ่งสเปกโคดจะต่างกันเลย (Core 2 Duo 2.0 GHz, RAM 2GB, HDD 120GB กับ Celeron 1.5 GHz, RAM 512MB, HDD 40GB) ได้รุ่นที่ดีกว่ามา ซึ่งก็น่าดีใจว่ะ เพราะจริงๆแล้วก็เล็งๆรุ่นนี้อยู่นานแล้ว แฮ่ แค่ไม่มีงบเท่านั้นเอง 😛 เจ้า R52 ที่ใช้เขียนบลอกอยู่เนี่ยก็แก่เต็มทนแล้ว

Project Assignment

เหมือนกับว่างานถูกกำหนดไว้ชัวร์แล้วว่าเป็น CMOS และหลังจากที่ได้คุยกับพี่ๆมา ก็พบว่า ฝันร้ายเป็นจริง นั่นคือต้องไปทำพวก Hardware T-T 

ที่ไม่ค่อยอยากทำ Hardware มีหลายสาเหตุ คือ

  • มีประสบการณ์เลวร้ายกับ Microcontroller รุ่น PIC16F877 (ยังจำชื่อรุ่นมันได้มาจนบัดนี้) ที่ต้องเขียนโดยใช้ภาษา C (แบบไม่เต็มหน่วย — มาตรฐานแปลกๆ)  
  • ไม่ได้มีความรู้เรื่องไฟฟ้าอะไรกับเค้าเลย ถ้ามาถามตอนนี้ว่าตัวเก็บประจุ หรือ ไดโอด ไว้ทำอะไร คงตอบไม่ได้อ่ะ
  • ไม่ได้ชอบ Verilog ขนาดนั้นนน  แถมถ้าให้ทำ VHDL นี่ คงจบเห่นอนตายอยู่ตรงนั้นแน่
  • จบไปไม่ได้อยากจะไปทำงานสาย Hardware เลย ทำแบบนี้คงไม่ได้ประสบการณ์อะไรเท่าไหร่

แต่ยังไงซะก็ไม่อยากจะโดนหาว่าเรื่องมากเปลี่ยนงาน ไม่มีความพยายามทำงานที่ได้รับมอบหมายอะไรแบบนี้ ก็จะลองพยายามดูก่อนแล้วกัน

เอาวะ คนโง่ HW โคดๆ จะต้องไปทำอะไรที่ไม่เคยได้ยินมาก่อนใน 2 เดือน + Document

ขอพลังจงอยู่กับผม!

Edit: หลังจากที่ได้ URD แล้วปรากฎว่ามันไม่ใช่งาน HW น่ะ แต่เป็น Java โล่งไปเลยครับ 🙂

ฝึกงาน – Business Analyst / Project Management / CMOS

ไปถึงตอนเช้าตามเวลาใหม่ 8:30 ทันตามเวลาเป๊ะ

Business Analyst

พูดเกี่ยวกับอาชีพ Business Analyst ซึ่ง BA จะเป็นคนที่มีความรุ้เรื่องธุรกิจเป็นอย่างดี จนถึงเรื่องของการวางแผน การเก็บ Requirement และการวิเคราะห์ Requirement (RA) แต่ไม่รู้เรื่อง Technical เยอะเท่ากับ SA คนจะมาทำอาชีพนี้ได้อาจจะมาจาก Technical Background เช่นพวก Engineer ก็ได้ หรือจะเป็นคนที่เคยเรียนเกี่ยวกับพวก Financial, Marketing ก็ยังได้ และเหมือนกับ SA คือนอกจากเรื่องความรู้แล้วก็ยังต้องมีทักษะการสื่อสาร และบุคลิกที่ดีอีกด้วย

งานของ BA จะเป็นงานในขั้นตอนแรกๆ Planning, Requirement Gathering, Requirement Analysis (ทำร่วมกับ SA) ดังนั้นถ้า BA ทำส่วนนี้ใน Software Development Life Cycle (SDLC) มาพลาด ก็อาจะส่งผลเสียให้ Phase หลังๆเน่าไปด้วยได้

Project Management

สอน Phase ต่างๆในการจัดการโครงการ ซึ่งก็จะต่างกันไปตามแต่ Methodolody อย่างที่สอนเรียกว่า World-wide Project Management Method (WWPMM) คิดค้นขึ้นมาโดยบริษัทที่ไปฝึกงานนี่หล่ะ แล้วก็บอกเหตุผลต่างๆที่ทำให้ Project Success หรือ Fail ท้ายสุดให้ทำ Workshop ทำทัวร์ภูกระดึง ทำไปทำมาจนเลทจากกำหนดการไปเป็นชั่วโมงเลย ได้กลับบ้านทุ่มตรง

Project Assignment

วันนี้ได้รู้ Project ที่จะต้องทำใน 2 เดือนหลังจากนี้แล้ว เพื่อนๆจุฬากระจายกันไปทุกที่เลย โอปอลทำ Internal Operation, นัททำ Resource Report, เอิร์ธทำ RPG (ไม่รู้มันคืออะไร), แจนยังไม่แน่ แต่คงเป็น IRMS (ไม่รู้ว่าคืออะไรเหมือนกัน) เราเองทำ CMOS … และยังไม่เห็นคนอื่นอยู่กลุ่มเดียวกัน (บ๊ะ!) และยังไม่รู้เช่นกันว่ามันคืออะไร – -'' เด๋วจะไปเสิร์ชดูคร่าวๆ หวังว่าคงไม่ใช่ฮาร์ดแวร์นะ ได้กลิ่นตะกั่วบัดกรีโชยมาแต่ไกลเลย

From Wikipedia, the free encyclopedia

CMOS refers to:


ไม่มีอันไหนดูจะเป็นไปได้เลยแฮะ … ช็อค = =

 

ฝึกงาน – Orientation / Software Testing

ตื่นสาย ออกจากบ้าน 7:30 นั่งรถเมล์ไปต่อ BTS แล้วเดินต่อถึงที่ทำงานประมาณ 8:00 กว่าๆ แต่พี่เค้าบอกไม่เป็นไรๆ คนยังมากันไม่ครบเลย แล้วก็ให้เซ็นชื่อรับบัตรผ่าน (ทำหายจ่าย 500)

Orientation

ก็มีพี่เค้ามาพูด ส่วนใหญ่ก็เป็นเรื่องของวัฒนธรรมบริษัท แล้วก็ทำกิจกรรมละลายพฤติกรรม (Ice Breaking) ก็ให้เล่นเกมจำชื่อเพื่อน แต่งกลอน อะไรแบบนี้น่ะนะ ก็พอจะจำชื่อเพื่อนในห้องได้บ้าง ของจุฬานอกจากวิศวฯคอมแล้วก็มีบัญชีมา 2 สาว  แล้วก็มีเกมให้เล่นเดินบนกระดาษหนังสือพิมพ์ให้เล่นนิดหน่อย ตอนแรกบอกว่าหนังสือพิมพ์นึกว่าจะให้ขึ้นไปยืนหลายๆคนแล้วพับครึ่ง แต่ปรากฎว่าไม่ใช่แฮะ ดีไป

Lunch

กินที่ชั้น 7 มันเป็นซุ้มข้างๆที่จอดรถน่ะ อารมณ์ประมาณโรงอาหารคณะ คนแน่นๆ หาโต๊ะยาก ที่นี่แปลกอย่างนึงคือไม่แลกคูปองแต่ใช้เหรียญพลาสติกแทน เหมือนคาสิโนเลย (ไม่เคยไป ฮ่าๆ) ซึ่งก็ดีคือไม่ต้องเปลืองกระดาษ เปิด 7:30 ปิด 15:00

Software Testing

สอนกันเป็นเรื่องเป็นราวมาก เรื่องแก่นๆเลยก็เป็นเรื่องการ Test แต่ละระดับ (Unit Test, Integration Test, System Test, System Integration Test, User Acceptance Test (UAT), Operability Test (ORT, อะไรคือ R ?)) แล้วก็ Technique การ Test แบบ Black Box และ White Box จบท้ายด้วยการให้เอา SW นิยมๆมาลองหา Condition ที่จะใช้ Test แล้วก็ไปพรีเซนต์หน้าห้อง กลุ่มเราส่ง 2 สาวไป

Wrap-up

ให้รวมสิ่งที่ได้วันนี้เขียนเป็นข้อๆ 32 ข้อ หน้ากระดาน (ต้องหาตัวแทนไปเขียน)